------------------------------------------ข้อที่หนึ่ง-------------------------------------------
จาก..ลัดดา..ผึ้ง..หมูแดง...จนถึง...alitlebee
ลัดดา...อันนี้เป็นชื่อจริงที่แม่ตั้งให้ เป็นชื่อที่มีตัวอักษร "ล" ของแม่ และ "ด" ของพ่อ ออกมาเป็นชื่่อสั้นง่ายๆที่มีความหมายถึง "เถาวัลย์"
ผึ้ง...เป็นชื่อเล่นที่คุณแม่ตั้งให้อีกเช่นกัน ใครจะรู้บ้างหล่ะว่า แท้จริงแล้ว ผู้หญิงคนนี้มีชื่อเล่นเต็มๆว่า "น้ำผึ้ง" เชียวนะ หากแต่คนสนิทชิดเชื่อก็จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "เรียกผึ้งหน่ะดีแล้ว" แล้วต่อท้ายด้วยอีกว่า "เรียกน้ำผึ้งหน่ะมันกระดากปาก"
หมูแดง...อันนี้เป็นฉายาที่ได้รับมอบมา และเป็นที่นิยมที่สุด นิยมขนาดที่เพื่อนบางคนลืมชื่อเล่นจริงๆเราไปเลย โดยเฉพาะกลุ่มพี่เชียร์จะติดปากในการเรียกชื่อนี้ ทั้งๆที่ ชื่อนี้ได้มากจากพี่ละคร อืม งงมะ อย่างง ชีวิตก็อย่างนี้แหละ
alitlebee...อันนี้เป็นชื่อที่สถาปนาขึ้นมาเองหล่ะ เป็นชื่อที่ชอบมากที่สุด จริงๆต้องเขียนด้วยตัวอักษรที่สลับกันระหว่างตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก จะถูกหลักถูกเกณฑ์เป็นที่สุด ว่ากันถึงความหมาย หากมองกันอย่างผ่านๆ ก็ต้องแปลว่า "ผึ้งน้อย" แต่อันที่จริงแล้ว ไม่ใช่ค่ะ มันเป็นการผสมกัน(แบบไร้หลักเกณฑ์) ของภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คือ อะ กึ่งเสียงนั้น มีความหมายถึงคำว่าไม่ ส่วน litle bee ตัดตัว t ออกไปหนึ่งตัวเพราะมันยาวเกิน จะแปลว่า "ผึ้งน้อย" เมื่อรวมกันแล้วจึงได้ความว่า "ผึ้งไม่น้อย" อันนี้หล่ะสมตัวเชียวววววว
------------------------------------ข้อสอง----------------------------------
นักเขียน
มันเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยมัธยม และเป็นผลพวงจากนิสัยที่ถูกบังคับให้รักการอ่าน จนกลายเป็นคนรักการอ่านอย่างจริงใจ และ จริงจัง จวบจนบัดนี้ ได้หลีกหนีมันมาหลายครั้งแล้ว เพราะ ใครๆ ต่างก็พากันกล่าวว่า เพื่อนซี้ของ "นักเขียน" คือ "ไส้แห้ง" นะ ยอมรับเพือนคนนี้ได้หรือเปล่าหล่ะ คิดอยู่นาน ตรึกและตรองมาหลายชั่วปี จนไม่อาจปฏิเสธตัวเองได้อีกแล้วว่า นี่มันคือสิ่งที่เราต้องการ เราก็เลยไม่หนีหล่ะ ตอนนี้ยังไม่ค่อยคุ้นชินกับเพื่อนที่ชื่อว่า "นักเขียน" เท่าไหร่ แต่กับ "ไส้แห้ง" นั้น เราคุยกันบ่อย สนิทชิดเชื่อกันเป็นอย่างดีทีเดียว 555+
------------------ข้อสาม------------------
หมายเลข 5 และ 21
เลข 5 เป็นเลขที่ทำให้เรารู้สึกถึงเสียงหัวเราะ (555+) และความสุข เป็นตัวเลขกลางๆ แต่ก็แสดงความเป็นหนึ่งได้ เหมือนที่มือของเราแต่ละข้างก็มีเพียง 5 นิ้ว และนั่นคือการที่มีมือที่สมบูรณ์ อาหารก็เมีเพียง 5 หมู่เท่านั้น และนั่นก็คือสารอาหารที่ครบเท่าที่ร่างกายต้องการ เพราะฉะนั้น การครบองค์นั้น ไม่จำเป็นเลขคู่เสมอไป
เลข 21 เป็นเลขของวันเกิด เป็นวันของคนที่มีลักษณะ นุ่มนวล เจ้าเสนห์ มันดูดีจังเนอะ แต่ไม่รู้ว่า มันเป็นอย่างจริงหรือเปล่า
------------ข้อสี่----------------
สองบุคคลิกในคนเดียว
อันนี้ขอใช้คำเดียวกับลูกวัวน้อยไปเลยหล่ะกันนะ อาจเพราะส่วนหนึ่งมันคือลักษณะของคนที่เกิดราศีเมถุน (ไม่ใช่การเสพเมถุนนะ) เราจึงมีทั้งด้านที่นุ่มนวล อบอุ่น ดังเช่นที่ผู้หญิงควรมี (มั้ง) แต่ อีกด้านหนึ่ง คือ ความหนักแน่น อึด ทึก ท้าชน และลุย เหมือนผู้ชาย ที่ค่อนข้างมีเยอะเกินไปมาก ก็เลยจะดูแมนไปหน่อย คำติดปากของข้อนี้ขอใช้คำว่า "ฉันก็เป็นผู้หญิงนะ"
--------------ข้อสาม------------
มุขกระบือ (สีชมพู)
อันนี้เป็นความสามารถพิเศษ เป็นคล้ายๆเครื่องหมายการค้า ที่ตราประทับหน้าผากอยู่เสมอ เพราะเราชอบให้เพื่อนหัวเราะ เราจึงพยายามเล่นมันทุกอย่างอ่ะ มันต้องหัวเราะ ไม่เพราะ ขำมุขจริงๆ (น้อยครั้ง) ก็ขำเพราะ สมเพช เวทนาบ้าง อะไรบ้าง ก็ว่ากันไป จนมีการบัญญัติ คำด่าอย่างสุภาพของคนที่เล่นมุขประเภทนี้ว่า "ผึ้งๆๆๆๆ" แต่กระนั้นเอง ก็มีเพื่อนไม่น้อยคน ที่มักเล่นมุขเช่นเดียวกับเรานี้อยู่ร่ำไป และมักจะเล่นในเวลาที่เราคิดว่า ไม่เล่นดีกว่า
-------------------------------------ข้อห้า---------------------------------------
ฤดูรัก
ฤดูฝน เมื่อจะรักต้องไม่กลัวที่จะเปียกปอน ก็ปล่อยให้ใจได้เล่นน้ำฝนบ้าง เย็นช่ำชื่นใจ
ฤดูร้อน การเริ่มต้น เวลาแห่งการผลิบาน เติบโต และเริ่มต้นใหม่
ฤดูหนาว จะมีช่วงเวลาไหนที่มีความสุขไปมากกว่าการได้อกอุ่นๆของใครสักคน
----------------------ข้อหก--------------------
คาลิล ยิบราน
นักปรัชญา นักเขียน และ กวี ที่มีความรักแสนรันทดแต่ช่างงดงาม ผู้ถ่ายทอด "ความเป็น" ของห้วงชีวิตและความรู้สึก ที่เหนือล้ำเกินกว่าที่เราจะสามารถมองเห็น ที่หมายถึง แค่การมองเห็นจริงๆ มิใช่แค่เพียงการอ่านผ่านตา ผลงานในดวงใจก็คงหนีไม่พ้น "ปรัชญาชีวิต" ที่ทำให้เด็กมอปลายคนหนึ่งประสบกับคำว่า "อ่านไม่รู้เรื่อง" เป็นครั้งแรก หากแต่ครั้งนั้นได้กลับสร้างแรงกระตุ้นอะไรบางอย่างให้ยิ่งอยากอ่านงาน ประเภทนี้มากขึ้น จนเลือกที่จะเรียนวิชาโทปรัชญา และยิ่งสนิทกับประโยคที่ว่า "อ่านไม่รู้เรื่อง" มากไปกันใหญ่
----------------------ข้อเจ็ด---------------------
พื้นที่ธรรมชาติ
ที่ไหนก็ได้ในโลกที่มีพื้นที่กว้างๆ มีสีเขียวขจีของหญ้าแผ่กว้าง หรือ ผืนน้ำสุดลูกหูลูกตา ตัดกับท้องฟ้าสีคราม
ที่ไหนก็ได้ที่มีนกร้องเพลง มีต้นไม้เต้นรำ มีสายลมพัดผ่าน มีดินทรายแตะยึดเท้า
หากที่นั้นมิได้เผชิญกับการทำศัลยกรรมยิ่งดี หากที่นั้นเป็นอย่างที่เป็นอยู่ก็แสนดี
------------------ข้อแปด------------------
ลูกคนเดียว
เพื่อน หลายคนมักจะบอกว่าไม่อยากจะเชื่อว่าเราเป็นลูกคนเดียว ด้วยความคิดของคนทั่วไปมักจะมีความคิดที่ว่า ลูกคนเดียว ต้องเอาแต่ใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ อะไรก็ว่ากันไป แต่พอเจอเรา กลับไม่เห็นว่าเราเอาแต่ใจ ดูเป็นผู้เสียสละ ดูแล้วน่าจะเหมือนเป็นพี่คนโตซะมากกว่า
ไม่ได้บอกนะว่า ทฤษฏีลูกคนเดียวเอาแต่ใจ ไม่ถูกต้อง แต่จะย้ำต่างหากว่า มันจริง เราเป็นคนเอาแต่ใจ ช่วยเชื่อกันหน่อยเหอะ แค่ ไม่ค่อยแสดงออกเท่านั้นเอง จริงๆไม่ชอบให้ใครขัดใจเลยนะ และ ชอบวางอำนาจจะตาย เพียงแต่ ไม่ค่อยแสดงออกเท่าน้ั้นเองแหละ เชื่อกันหน่อย
------------------------เก้า---------------
พระเจ้า
ฉันเชื่่อในพระเจ้าค่ะ ฉันศรัทธาในวิถีแห่งการมีชีวิตอยู่ของพระเยซูคริสต์ ที่แม้ว่าร่างกายนั้นก็เป็นเพียงร่างกายของมนุษย์ และ หัวใจนั้นก็ยังเป็นหัวใจของมนุษย์ หากแต่พระองค์ทรงหนักแน่น และคงอยู่ในความรักได้อย่างไม่มีที่ติ แต่รักใครโดยไม่มีเงื่อนไข...มันก็ยากเหลือกัน...
--------------------ข้อสิบ------------------
บ้า...ทุ่ม...ลองของ
เราเป็นคนบ้าที่ทำอะไรแล้วก็จะทุ่มเทจนหมดตัว หมดใจ หมดกำลัง หมดความคิด เรียกได้ว่าเทหมดหน้าตักเลยหล่ะ ถ้าคิดจะริ จะลอง จะทำซะอย่าง ถ้าตกลงใจว่าจะทำแล้ว ก็ทุ่มสุดตัว ใครว่าอะไรก็ไม่เชื่อ ไม่ถอย บางทีรู้ทั้งรู้ว่าจะต้องพลาด จะต้องผิด ก็เอา ขอลอง ขอผิด ขอพลาด ขอฉันเรียนรู้ จากความบ้าของตัวเอง...แก้ยากนะ และ ไม่อยากแก้ด้วย
----------------------ข้อสิบเอ็ด-----------------
แคคตัส
เราชอบต้นไม้ ชอบสีเขียวๆ แต่เรามักไม่สามารถที่จะประคับประคองชีวิตของพวกเค้าที่ไม่สามารถดูแลชีวิต ของตัวเองได้เลยให้รอดได้ จึงเล็งเห็นแล้วว่า แคคตัส หรือกระบอกเพชรนั้น เป็นต้นไม้ที่เหมาะกับเราที่สุด เลี้ยงง่าย ตายยาก แถมยังน่ารักไม่เบา เวลาได้คุยกับพวกเค้าก็รู้สึกสบายใจดี เค้าอาจไม่ได้ตอบสนองเราชัดเจนเหมือนน้องหมา น้องแมว แต่ เค้าก็ไม่กวนใจเรา ไม่เรียกร้องจากเราเหมือนที่น้องหมด น้องแมวทำ นั่นยิ่งทำให้คนที่เวลาเป็นเรื่องของมายา และค่อนข้างจะเป็นละฝ่ายกับความรู้จักรับผิดชอบอย่างเราสามารถอยู่กับพวก เค้าได้โดยไม่มีปัญหา ตอนนี้ที่เลี้ยงอยู่ก็มีประมาณ 4-5 ต้น ไม่นับรวมที่ให้เพื่อนไปบ้างแล้ว หากใครอยากลองเลี้ยงบอกนะคะ เพราะเค้ากำลังออกลูกออกหลานกัน จะได้แบ่งไว้ให้
-------------------ข้อสิบสอง----------------------
หนังสือ
ด้วยความที่เราชอบอ่านหนังสือและมีความฝันเล็กๆที่อยากจะมีห้องสมุดเป็นของ ตัวเอง เราจึงรักที่จะซื้อหนังสือ รักที่จะเก็บหนังสือ แม้ว่า ไม่ค่อยมีเวลาก็ไม่ค่อยได้ดูแลพวกเค้าเท่าไหร่ ปล่อยให้ฝุ่นเกาะ เห็นแล้วก็สงสาร ต้องพยายามที่จะให้เค้าโดนฝุ่นน้อยที่สุด เพราะบางทีก็ไม่มีเวลาอ่าน แต่อยากซื้อ ก็ซื่อมาเก็บไว้ก่อน บางเล่มก็หลายปีดีดักที่ยังไม่ได้อ่าน พวกเค้าก็เลยต้องนอนจมกองฝุ่นกันไปมา
---------------------ข้อสิบสาม-----------------------
เว้นไว้ที่สีเหลือง
ไม่รู้ทำไม่ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เราชอบเกือบจะทุกสีเลยนะ ยกเว้นสีนี้สีเดียว ไม่ได้ถึงกับเกลียดนะ แต่ ถ้าซื้อเสื้อก็จะไม่เลือกสีนี้ ไม่ว่าจะซื่ออะไรก็ตามถ้าไม่ถูกบังคับให้ซื่อก็จะพยายามหลีกเหลี่ยงสีนี้ อยู่เสมอ
ถ้าจะให้ลองไล่ดู ก็น่าจะเป็นสีฟ้าที่ชอบมากที่สุด เราชอบมองท้องฟ้า มันสวยงามและก็กว้างใหญ่ สีเขียว สีแดง ชมพู น้ำตาล ดำ ขาว ม่วง หรือแม้กระทั่งแต่ "สีรุ้ง" ก็ชอบนะ
------------------------------ข้อสิบสี่---------------------
สมุดบันทึก
มันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนเราประถม 4 ที่เค้าว่ากันว่า คนเริ่มมีความรักเท่านั้นแหละที่จะเริ่มเขียนบันทึก สงสัยมันจะเป็นเรื่องจริง 555+
จนอายุปาเข้าไปปานนี้แล้วก็พบว่ามันเป็นของเสพย์ติดชนิดหนึ่ง ที่ไม่อาจเหลี่ยงได้ไปเรียบร้อยแล้ว แม้อาจจะไม่ใช่ทุกวัน แต่ก็ต้องได้เขียน ชิ้นส่วนชีวิตเราก็ประกอบกันอยู่ในนั้นแหละ
------------------ข้อที่สิบห้า--------------
กาแฟ
นี่คือสารเสพย์ติดอีกตัวหนึ่ง ที่ร่างกายต้องการรับทุกวัน วันละอย่างน้อยๆ ก็ขอ สักสองแก้วนะ
กาแฟ ที่ชอบสั่งเสมอๆ คือ มอคค่า (กาแฟผสมโกโก้) และ คาราเมลมัลคิอาโต แล้วแต่ว่ามีหรือไม่มี แล้วก็ต้องเป็นเย็นเท่านั้นนะ เพราะเราไม่ชอบของร้อน
-----------------ข้อที่สิบหก---------------
สมุดทำมือ หนังสือทำมือ
เพิ่งมาค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ว่า การทำสมุดทำมือ หนังสือทำมือ มันสนุกมาก คือ ก่อนหน้านี้เราเคยคิดแล้วว่าเราอยากทำ มันน่าจะสนุก เราน่าจะมีความสุข แต่มันไม่ใช่แค่นั้น มันสนุกมาก มันมีความสุขมาก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นอกเหนือจากการเขียนที่ทำให้เราลืมเวลา ทำให้เราไม่หิว ทำให้ช่วงวันมันผ่านไปเร็วจนน่าใจหาย ดีใจที่การทำสมุดทำมือไปขายครั้งแรก ขายได้เกือบหมด จริงๆก็หมดหล่ะ ถ้าพี่คนหนึ่งเค้ามารับเล่มที่จองไว้ไป ทำให้เรายิ่งมีกำลังใจทำมากขึ้น ไว้เดียวจะอัพรูปขึ้น (ดีใจที่ได้กลับคืน หลังจากที่คอมเสีย ดีที่เพื่อนยังไม่ได้ล้างการ์ด) มันไม่ได้สวย ไม่ได้งาม แต่มันก็เป็นความภูมิใจนะ เวลาที่คนบอกว่า "สมุดน่ารักจัง" หรือบอกว่า "ได้อ่านหนังสือแล้วนะ หนุกดี" ความสุขของคนทำมันอยู่ตรงนี้นี่เอง ไม่จำเป็นหรอกที่ทุกคนจะต้องชอบ ต้องชม แค่สักคนก็เพียงพอต่อการสานต่อกำลังใจแล้วเนอะ ว่ามะ
---------------ข้อที่สิบเจ็ด------------
ชอบคิด...คิดให้มาก..แต่อย่าคิดมาก
บางคนไม่ชอบการคิดมาก แต่เราชอบ เราชอบคิด
ตอนสอบสัมภาษณ์เข้าเอก ครูท่านหนึ่งจะบอกคำแนะนำมาพร้อมซองประกาศผล เราได้คำว่า "Bird eyes view" ทีแรกเราไม่เข้าใจทำไหร่ แต่จนวันหนึ่งเราก็ประจักษ์รู่ได้ว่า มันหมายถึงอะไร มันยิ่งเหมือนเป็นการตอกย้ำ วิถีของการคิดของเรา ว่า ไม่ใช่แค่ คิดมาก แต่ ต้องคิดให้มาก ต่างหาก คิดให้รอบ มองให้หมด เหมือนสายตาของอินทรีเวลาที่ร่อนอยู่กลางเวหา อย่าแค่มองตรงๆ ในสิ่งที่เป็นไป แล้วเราจะได้เห็นอะไรมากขึ่น นิสัยช่างคิด ก็เลยเหมือนโดนยุยงสงเสริมให้ขจรกล้าขึ้น
-------------ข้อที่สิบแปด--------------
ยกตนข่มข้า และ ท่าน
เราชอบคนเก่งนะ ใครๆ ก็ชอบคนเก่ง แต่ไม่ชอบคนอวดเก่ง แต่ไม่เก่งจริง คือ ถ้าโชว์แล้วเจ๋งจะไม่ว่าเลย แม้อาจจะหมั่นไส้บ้าง ก็ยอมรับได้ แต่ ถ้า ไม่มี ไม่ทำ ไม่ได้รู้จริง แต่พยายามเหลือเกินที่จะบอกว่า ตัวเองเป็น ตัวเองทำ ตัวเองรู้ ตัวเองเป็นตัวจริง หรือ ประเภท ทำน้อยกว่าพูด พูดแล้วก็ไม่ได้ทำ อันนี้อยู่ใกล้แล้วอยากเดินหนี
-------------ข้อที่สิบเก้า--------------
เข้าคิว
ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนชอบแซงคิดนะ แต่เพราะไม่ชอบแซงนี่แหละ เลยไม่ชอบการต่อแถวเวลาจะซื้ออาหาร ต่อให้อร่อยแค่ไหน ถ้าต้องต่อแถวนานก็ไม่เอา ถ้าจะดูหนัง ถ้าเรื่องนั้นแถวยาว เราก็ไม่ดูเลย แต่มีอันหนึ่งที่เหลี่ยงไม่ได้ คือ ต่อแถวที่โรงพยาบาลให้แม่ อันนี้ต้องทำ แต่ก็ไม่ชอบเลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนิสัยของคนไทยหรือเปล่า หรืออะไรกันแน่ เวลาต่อแถว แซงคิวกัน ก็ยังพอว่า คือ บางทีก็เห็นใจ เขาไม่มีลูกมีหลานมายืนต่อให้ ก็ยอมๆไปบ้าง แต่ไม่ชอบมากๆ คือ ชอบเดินติดก้น เบียดอยู่นั่นแหละ อันนี่แหละที่แบบว่า "ขอโทษนะค่ะ อย่าเบียดได้ไหมค่ะ อึดอัดมาก" แต่ก็เท่านั้น ถอยไปไม่เกิน 3 นาที แล้วก็กลับมาถูหลังให้กันเหมือนเดิม ก็เลยนะ..เฮ้อ
---------------ข้อที่ยี่สิบ---------------
หนังผี...
เคยคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่ชอบดูหนังรักโรแมนติด ดรามา หรือ คอมมาดี้ อะไรแบบนั้น แต่จริงๆแล้ว ก็ต้องมานั่งยอมรับว่า ฉันชอบหนังผี หนังสยองขวัญ ลึกลับสืบสวนสอบสวน หนังประเภทที่เขาเรียกกันว่า Noir ดำๆมืดๆ อะไรแบบนั้น หนังที่หลอนจิต สะเทือนขวัญมากกว่าอารมณ์หน่ะ ล่าสุดไปดูหวีดวาเลนไทน์ 3d มา ยิ่งชอบ ชอบที่มันเหมือนเราได้อยู่ในเหตุการณ์ ตกใจตลอด เพื่อนแอบด่าว่าโรคจิตหรือเปล่า ก็ทำไงอ่ ก็คนมันชอบอ่ะ
----------ข้อยี่สิบเอ็ด-------
ความเร่งรีบ...ช้าบ้างก็ได้
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรีบ ทำไมต้องเร็ว ไม่ใช่ว่าเร็วไม่ได้ รีบไมได้นะ คือ งานที่ต้องใช้ความเร็ว กระชับก็ทำได้ แต่ในชีวิตอันเป็นปกติด ถ้าเลือกได้ ขอช้าได้ไหม ค่อยๆไป ค่อยๆไต่ ค่อยๆเดิน ขอมองข้างทางบ้าง ขอชมนกชี้ไม้ สูดกลิ่นดิน ดมกลิ่นไม้ บ้างได้ไหม แค่นี้โลกก็เดินเร็วจะแย่อยู่แล้ว หัดมาช้ากันบ้างเถอะ ซึมซับในสิ่งที่มันเป็นบ้างเถอะ
-----------ข้อยี่สิบสอง----------
จับจด
เป็นนิสัยที่ไม่ดีนะ ไม่ควรเอาเยี่ยงเอาอย่าง ลักษณะจะคล้ายๆ คนไม่เอาอ่าว ไม่มีความอดทน ขี้เบื่อ ทำอะไรไม่ทน แต่ เพราะเราไม่รู้ว่าจะทนทำ ทำไม ในเมื่อรู้แล้วว่า ไม่ชอบ ไม่สนุก ไม่มีความสุข เราก็ไม่ทำ หยุด แม้จะไปไม่ถึงไหน หยุดแม้จะยังไม่รู้ว่าทำได้หรือไม่ได้ แต่รู้แล้วว่าไม่ชอบ ก็ไม่ทำ ก็แค่นั่นแหละ
--------------ข้อยี่สิบสาม-------------
เสียงหัวเราะ
เราชอบเห็นคนอื่น หัวเราะ เพราะเรา (น่าจะไปทำอาชีพตลกน่ะเนี่ย) เราเองก็ชอบหัวเราะ (หัวเราะเสียงดังด้วย) ถึงได้เป็นที่มาของการเป็นพวกแป๊ก พวกมุขควาย เอ๊ย มุขกระบือ อะไรไปมา ผิดอะไร พลาดอะไร ก็ขอให้ไปกับเสียงหัวเราะ ไม่ใช่การเยาะ การเย้ย แต่มันคือการบอกว่า "เฮ้ยไม่เป็นไร ขำขำ" ชีวิต(แม่ง)ก็ซีเครียดพออยู่แล้ว เล็กๆน้อยๆ ก็ปล่อยให้มันไปกับเสียงหัวเราะเถอะนะ
เอ๊า 5555
--------------ข้อยี่สิบสี่-------------(ใกล้จบแล้ว...เหนื่อย)
ช่วยแต่งตัวให้เป็นผู้หญิงหน่อยได้มะ???
มักโดนทักกับคำนี้ประจำแหละ ก็มันไม่ชอบง่าาาาาาา การแต่งตัวเป็นผู้หญิงมันเป็นอะไรที่ยากมากเลยนะสำหรับเรา ไม่ใช่ยากแบบคนแต่งไม่เป็น แต่ยากตรงที่แต่งยังไงให้เป็นผู้หญิงแบบที่เราเป็น มีช่วงหนึ่งที่ทำงานสถานที่ราชการ ต้องมีชุดที่แบบว่า เรียบร้อย สมความเป็นหญิง และ ต้องเป็นกระโปรง รองเท้าหุ้มส้น ส้นสูงด้วยยิ่งดี แต่ มันไม่ใช่ฉานนนน แต่งไป แรกๆรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นกระเทย (ฮา) แต่ ขอย้ำนะว่า "ฉันก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง" เพียงแค่ชอบใส่ เสื้อยืด กางเกงผ้า รองเท้าผ้าใบ แค่นั้นเองง่ะ ให้เลือกร้องเท้าผ้าใบ สำหรับเรา มันง่ายกว่าร้องเท้าส้นสูง ร้อยเท่า สุดท้าย ขอย้ำอีกนิด ฉันเป็นผู้หญิง จริงๆะ
------------ข้อยี่สิบห้า----------(เย้ๆๆๆ)
ฉันจะยืนข้างเธอ
เป็นเพลงของพี่กบ เสาวนิตย์ เราชอบเนื้อหามาก เคยใช้เป็นเพลงสำหรับการสอบ Advance Acting เราไม่รู้ว่าเราจะช่วยอะไรใครได้เท่าไหร่ แต่ว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่เธอรู้สึกเหมือนไม่มีใคร
ฉันจะยืนข้างเธอ
อ่อนแอมากใช่ไหม เหนื่อยล้าอะไรมากมายนักหรือ
เก็บความทุกข์มากมายมาถือ แล้วเธอก็มายืนร้องไห้
อยากจะร้องก็ร้องออกมา ให้น้ำตาล้างหัวใจ
เพื่อพร้อมจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ปลอบใจใครไม่เป็น อย่างฉันก็ทำได้เพียงเท่านี้
สิ่งที่เธอเผชิญตอนนี้จะมีอีกคนร่วมคิดตาม
วันพรุ่งนี้ก็คงคลี่คลาย เรื่องร้ายไม่นานก็พ้นผ่าน
อยากให้เข้าใจ ตัวฉันจะยืนอยู่ข้างเธอ
ถ้าเธอร้อง ก็จะร้องด้วยคน
สิ่งที่เธอทุกข์ทน มีคนอย่างฉันรับฟังเสมอ
โปรดจงรู้ ที่ตรงนี้มีคนที่รักเธอ
ตราบใดที่มีฉัน จะไม่ยอมเห็นเธอเดียวดาย